บทที่ 1 เสียงหลังประตู
เสียงน้ำหยดดังขึ้นตอนนวลละออกำลังเขียนหมายเลขศพ
หนึ่งหยด เว้นช่วง แล้วอีกหนึ่งหยด
เธอมองประตูห้องเตรียมอุปกรณ์ แสงลอดใต้บานเป็นเส้นบาง ฝนด้านนอกตกไม่หยุด แต่เสียงนี้อยู่ใกล้กว่า
โทรศัพท์สว่างขึ้น แม่ส่งรูปแกงจืดกับไข่เจียวที่แบ่งใส่กล่องไว้
พรุ่งนี้กลับมากินไหมลูก
เกือบตีสองแล้ว แม่ยังไม่นอน
เก็บไว้ให้หนูด้วยค่ะ พรุ่งนี้จะกลับ
แม่มักเข้าครัวในคืนที่นอนไม่หลับ บางครั้งจัดบัญชีค่าใช้จ่ายซ้ำ ทั้งที่อดีตนายทหารบัญชีอย่างแม่แทบไม่เคยบวกลบผิด
วันนี้แม่เจอรูปพ่ออุ้มหนู รูปพี่ก็มี แม่แยกไว้ให้แล้ว
นวลละอออ่านข้อความนั้นซ้ำ เธอจำพ่อได้จากรูปมากกว่าความทรงจำ พ่อเสียชีวิตระหว่างการรบ แม่จึงเลี้ยงลูกสองคนตามลำพัง ส่วนนวลจันทร์เป็นคนสอนการบ้านน้องในคืนที่แม่ทำงานดึก
“พี่นวลคะ”
ปากกาในมือกระทบโต๊ะ ธีรินยืนถือเอกสารรับศพอยู่ตรงทางเข้า
“ขอโทษค่ะ รินไม่รู้ว่าพี่กำลังคุยโทรศัพท์”
เธอบอกแม่ให้พักผ่อนแล้วคว่ำโทรศัพท์
“รินได้ยินเสียงน้ำไหม”
เขาหยุดฟัง หยดหนึ่งกระทบโลหะจากหลังประตู
“ได้ยินค่ะ ก๊อกคงปิดไม่สนิท”
นวลละออพยักหน้า
เขาได้ยินเหมือนกัน คืนนี้เสียงนั้นมีอยู่จริง
ศพมาถึงพร้อมฝน
พี่อิ่มตรวจเอกสารกับป้ายระบุศพ นนท์ช่วยเลื่อนรถเข็นเข้าที่ เสื้อเขาเปียกตรงไหล่ กระเป๋ากล้องมีรอยเย็บด้ายแดงใกล้หูหิ้ว
“เสื้อสำรองอยู่ในตู้พี่ เปลี่ยนก่อนก็ได้”
“ผมไม่หนาวครับ”
“พี่กลัวเป็นหวัด ไม่ได้ถามว่าหนาวไหม”
เขายิ้มแล้ววางกระเป๋าให้พ้นทาง
ผู้ตายเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ พบใกล้กอหญ้าริมอ่างเก็บน้ำ เสื้อแขนยาวแนบกับร่าง ผมเปียกจับเป็นปอย
นวลละออเริ่มจากหมายเลข เอกสาร และประวัติการพบศพ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เธออยู่กับคนตรงหน้า หลังใช้ทุนในโรงพยาบาลเล็กที่น่านครบสามปี เธอเลือกเรียนนิติเวชเพราะชอบงานที่ได้พิจารณารายละเอียด และไม่ต้องรับมือผู้คนตลอดวัน
หมอธวัชเข้ามาฟังประวัติก่อนถามว่า “พร้อมไหม”
“พร้อมค่ะ”
นวลละออบอกสิ่งที่พบ ธีรินบันทึก นนท์ถ่ายภาพ พี่อิ่มเตรียมอุปกรณ์
เมื่อถึงข้อมือซ้าย เธอหยุด รอยคล้ำพาดเป็นช่วง บางส่วนเห็นไม่ชัด เธอเปลี่ยนมุมแสงแล้วตรวจอีกข้าง
“นนท์ ขอภาพตรงนี้เพิ่ม ใส่มาตราส่วนด้วยนะ”
“ครับหมอ”
เขารอจนเธอเอามือออกจึงกดชัตเตอร์
“รอยมัดหรือเปล่าครับ”
“ถ่ายสิ่งที่เห็นไว้ก่อน” หมอธวัชบอก
นวลละอออ่านบันทึกอีกครั้ง ความคิดกำลังวิ่งนำสิ่งที่ตรวจพบ
หญิงสาว น้ำ รอยข้อมือ
เธอวางเครื่องมือ
“ยังสรุปสาเหตุของรอยไม่ได้ค่ะ ต้องตรวจประกอบเพิ่มเติม”
หมอธวัชพยักหน้า เธอจึงบรรยายตำแหน่งและลักษณะอย่างช้าลง
เมื่องานช่วงแรกเสร็จ ทุกคนแยกไปจัดการหน้าที่ของตัวเอง นวลละออล้างมือแล้วปิดก๊อก
เสียงน้ำยังดังจากห้องเตรียมอุปกรณ์
เธอเคาะประตู ไม่มีคำตอบ จึงแตะลูกบิด
“นวล…”
มือเธอหยุด
“เปิดประตูให้พี่หน่อย”
เสียงผู้หญิงเบาจนแทบกลืนกับฝน ประตูสีขาวตรงหน้าซ้อนทับกับประตูไม้ในบ้านเก่า เสื้อพี่สาวบนราว กลิ่นสบู่จากช่องใต้บาน
เธอจำเสียงนี้ได้
หรือเพียงอยากจำให้ได้
นวลละออหมุนลูกบิด มันไม่ขยับ
มือหนึ่งแตะต้นแขน เธอสะบัดจนธีรินถอย
“รินเองค่ะ”
“ข้างในมีคน”
“พี่ได้ยินอะไรคะ”
“ผู้หญิงเรียกฉัน”
ธีรินโทรหาพี่อิ่ม ระหว่างรอ เขายืนข้างเธอโดยเว้นระยะ
เมื่อประตูเปิด ภายในมีเพียงชั้นอุปกรณ์ รถเข็น และอ่างล้าง น้ำหยดจากก๊อกลงถาดโลหะ พี่อิ่มหมุนจนเงียบ
“ก่อนหน้านี้มีใครเข้ามาไหมคะ”
“พี่ไม่ได้เฝ้าตลอด ให้ช่วยถามไหม”
“ช่วยถามให้หน่อยค่ะ”
ธีรินพาเธอมานั่ง วางแก้วน้ำใกล้มือ
“รินได้ยินเสียงเรียกไหม”
“รินได้ยินแค่พี่พูดตอนเดินมาค่ะ แต่จดเวลาไว้แล้ว เผื่อพี่อยากตรวจว่าเกิดอะไรขึ้น”
เธอพยักหน้า ยกแก้วขึ้น มือยังสั่นจนต้องใช้สองมือประคอง
เกือบเจ็ดโมง ภูเมืองมาถึงโรงพยาบาลพร้อมจ่าเนศและดาบชัช เขาโทรกลับหาแม่ระหว่างรอประชุม
“พ่อถามว่าจะมากินข้าววันไหน”
“เดี๋ยวผมดูเวรก่อนครับ”
“อย่าตอบเหมือนนัดพยานสิลูก”
เขาหัวเราะเบา ๆ พ่อเป็นอดีตอัยการ แม่เป็นนักรังสีเทคนิค ทั้งคู่เข้าใจงาน แต่คำว่าเดี๋ยวของเขาถูกใช้บ่อยเกินไปแล้ว
“เย็นนี้ผมโทรหานะครับ”
ในห้องประชุม นวลละออนั่งลงพร้อมแฟ้ม ภูเมืองเลื่อนเก้าอี้ให้ก่อนอธิบายบริเวณพบศพ
เมื่อภาพใบหน้าผู้ตายขึ้นจอ เขาหยุดกลางประโยค นิ้วโป้งกดฝาถ้วยกาแฟจนยุบ
“สารวัตรรู้จักหรือคะ”
“ไม่ครับ”
จ่าเนศเงยหน้ามอง แต่ยังไม่ถาม
ภูเมืองฟังผลตรวจเบื้องต้นจนจบ แล้วขอตัวออกไปยังทางเชื่อม เขาเปิดข้อความที่ได้รับเมื่อคืน
ในภาพ ผู้หญิงคนเดียวกันยืนหน้ารั้วอ่างเก็บน้ำ ดวงตายังมองตรงมายังกล้อง
ฉันรู้ว่าน้องสาวคุณอยู่ที่ไหน
ถ้าอยากรู้ มาคนเดียว
ภาวดีเป็นน้องสาวเพียงคนเดียว พ่อรับเธอมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ในบ้านไม่มีใครเรียกเธอว่าน้องบุญธรรม
เธอหายไปจากบ้านสิบสองปีแล้ว
เมื่อคืนภูเมืองไปตามนัด
และยังไม่ได้บอกใครว่าไปพบอะไรมา
